พันธมิตรฯ กับ การเมืองใหม่ กับ นายกไม่ดี และ นักศึกษาร่วมชุมนุม
posted on 09 Sep 2008 22:52 by fuxchaiโอ้โหขึ้นหัวข้อมายาวเหยียด หลังจากฟังคำวินิจฉัยแล้วก็เฮกันไปเยอะแยะ
ทำไมมันหลายหัวข้อจังวะ...มันก็เรื่องเดียวกันเดี๋ยวเราจะมาแจงกัน
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย - นักศึกษาร่วมชุมนุม
ออกตัวไว้ก่อนเลยก่อนที่คุณจะปิดหน้าต่างเบราส์เซอร์หน้าเว็บนี้ ข้าพเจ้า...เรียกว่า
เราดีกว่าเป็นกันเอง เราเนี่ยเป็นพันธมิตรเต็มตัววันนี้ไปชุมนุมกะเค้าด้วย{อยู่ภูเก็ตนะจ๊ะ
ที่ว่ามีข่าวอะไรนั่นแหละไปที่สะพานหิน}ต้องขอขอบคุณนักเรียนนักศึกษาทุกคนที่ไปร่วม
กับเราด้วย ขอบอกว่าเยอะมากกกกก
ดูซิเค้ามารวมตัวกันเพื่อชาติ
โอ๊ววววว...วววส์เยอะม๊าก
หลายคนก็ต่างความเห็นไปบ้างว่าเด็กมันอยากโดดเรียน...ไร้สาระมีหน้าที่เรียนก็เรียนไป
เพราะเรามองกันแบบนี้ยังไงล่ะ เด็กสมัยนี้เค้าหูตาสว่างรู้ว่าเรียนแล้วชาติล่มจมแล้วมัน
จะเป็นยังไง พอได้ยินคำแถลงของเหล่านักเรียนที่ไปชุมนุมแล้วก็เริ่มคิดไปอีกว่าเรารู้ดี
อยู่ว่ารัฐบาลเป็นยังไง หลายคนก็ว่าเด็กทำไมไม่ไปเรียนแต่เรากำลังคิดอยู่ไปว่านี่คือการ
เรียนการสอนนอกห้องเรียน...เรียนในสิ่งที่ไม่มีในห้องเรียน...นี่คือประสบการณ์ชีวิตของ
นักเรียน แล้วนี่มีไปปล่อยข่าวด้วยว่าพันธมิตรไปชักชวนให้นักเรียนมาชุมนุม เขาบอกแล้ว
ว่าพวกเขาเหล่านี้อนาคตของชาติซึ่งมาช่วยกำหนดอนาคตชาติมาด้วยใจจริง
กลับมาเรื่องพันธามิตรกันต่อ...หลายคนก็ไม่ชอบ{ก็รู้อยู่ว่าใคร}แต่เพราะเขายังหูตาไม่สว่าง
เขายังไม่รู้เลยว่านายกเป็นใคร ที่พันธามิตรต้องออกมาเรียกร้องให้เขาคนนั้นออกไปเพราะ
เขาไม่ได้มากอบกู้ชาติ ระยะเวลาเจ็ดเดือนที่ล่วงมาเขาทำอะไรบ้างนอกจากนั่งรถเมล์ไม่เสีย
ตังค์ เหล่าเมธีเหล่ารากหญ้าก็หลงดีใจกันไป "รัฐบาลชุดนี้ดีครับ มีรถเมล์ให้นั่งฟรี"
โอเค...ถ้าคุณคิดว่านั่นดีพอสำหรับคุณแล้ว...คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าว่าเขาคนนั้นกำหนด
เวลาเอาไว้ว่าให้นั่งได้ถึงเดือนไหน นั่นแหละไม่ใช่ว่าทำได้ตลอดไปซะหน่อย อีกอย่างหนึ่ง
ยังไงพวกเราก็ควรได้สิทธิ์นั่งรถเมล์ฟรีตั้งนานแล้วเพราะเงินที่เอาไปจ่ายค่ารถเมล์ฟรีอะไรนั่น
ก็ภาษีของประชาชนทั้งนั้น พันธามิตรของเรารวมขึ้นเพื่อให้เหล่าผู้คนอื่นที่ยังไม่หูตาสว่าง
ให้ได้รับรู้ว่าแท้จริงแล้วคนพวกนี้มันเป็นเช่นไร
หลายคนกำลังว่าพันธามิตรเหล่านี้คือกบฏมาเพื่อล้มล้างประชาธิปไตยของประเทศชาติ
คำว่ากบฏกับผู้กอบกู้ชาติมันต่างกันนิดเดียวตรง... ชนะหรือแพ้
นายกไม่ดี V.S. การเมืองใหม่
หลายคนบอกว่าสมัครไม่ดี บางคนบอกว่างสมัครดี
ทำไมเขาถึงบอกว่าเค้าคนนั้นไม่ดีเพราะเขารู้แล้วว่าความจริงรัฐบาลที่อ้างว่ามาด้วยเสียง
ของประชาชนแท้จริงแล้วไม่ใช่ทั้งหมด
เหตุเพราะพวกเขาซื้อเสียง
เมื่อซื้อเสร็จหนึ่งหมู่บ้าน...อีกหมู่บ้านเห็นว่าหมู่บ้านนั้นได้ทำไมเราไม่ได้ก็จะเริ่มมีการ
ขยายการซื้อเสียงกันมากขึ้น
แล้วเป็นอย่างไรล่ะ พวกเขาก็มีการถอนทุนคืนเอากำไร ในสมัยของนายกหน้าเลขา
คณิตมีการเขียนกฎหมา ยขึ้นเพื่อให้มีช่องโหว่ทางธุรกิจที่เขาจะแทรกไปเอาเงิน
เขาโกงไปเท่าไหร่ท่านรู้กันไหม...เป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาทจ่ายเงินซื้อเสียงสัก1แสน
แต่เงินที่ได้กลับมามันเยอะกว่ามากมาย ถ้าเขาเอาเงินหมื่นล้านนั่นมาพัฒนาประเทศล่ะ
ประเทศเราจะเจริญขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใช่ว่าเป็นตัวดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ นั่นเป็นส่วน
หนึ่งแต่เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชาติต่างหาก
ถ้าเค้าคนนั้นมันดีจริงอย่างที่เค้าว่ากันทำไมข้าวมันแพงขึ้น? เพราะชาวนาไม่มีน้ำที่จะเอา
ไปทำนาในขณะที่จังหวัดอื่นฝนตก....หนองคายน้ำท่วท แต่ยโสธรไม่มีน้ำจะปลูกข้าว
มีการปลูกข้าวในทำเนียบรัฐบาล นายบรรหารศิลปอาชาก็ออกตัวไปว่าเขาแทบจะร้องไห้
ร้องไปเหอะ ดูพระมหากษัตริย์ของเราท่านยังทรงให้ปลูกข้าวเลี้ยงโคในจิตรลดาเลย
แล้วจะร้องไปไยล่ะ ประเทศเราเป็นประเทศเกษตรไม่ใช่เหรอหรือร้องเรื่องเค้าคนนั้นมัน
ยังหน้าด้านไม่ออก
ส่วนเรื่องการเมืองใหม่ที่ว่ากันมานั่นโดยรวมก็จะหมายถึงว่าการให้มีบุคคลที่หลากหลาย
อยู่ในสภาทำให้มีหลายความคิดมีหลายแง่มุม เราเอาเหล่าชาวนาเอาเหล่าเกษตกรให้ไป
อยู่ในสภาก็เพื่อให้ทราบถึงปัญหาของเกษตรกร
มีบุคคลหลายประเภทในสภาเพื่อให้ทราบปัญหาความต้องการและแก้ไขได้ถูกต้อง
ทีนี้เรามาลองมองกันอีกมุมอย่างงี้มันจะหมายความไปว่าพันธมิตรในแง่คิดการเมืองใหม่เนี่ย
มันดูถูกกลุ่มคนรากหญ้ามากไปหรือเปล่าที่ว่าพวกเขาไปลงคะแนนเลือกพรรคเพราะถูกซื้อ
เสียง แล้วการเมืองใหม่นี่มันจะก่อให้เกิดความวุ่นวายในรัฐหรือไม่ อันนี้ก็อยู่ที่ทัศนะของ
แต่ละคน เราก็มีสมองกันทุกคน เราคิดเองได้ เราเห็นนักศึกษาเห็นนักเรียบนออกมาร่วม
กันต่อต้านรัฐบาลที่โกงกินนี่ เราคิดได้รึยัง?
ว่าจะต้องทำยังไง
นี่มันเป็นรัฐบาลที่บริหารประเทศผิดพลาด...
ตามแถลงการของเหล่านักเรียนนักศึกษาได้ใจความว่า
1. ขอให้รัฐบาลยกเลิกการใช้พรก.ฉุนเฉิน ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าไม่สามารถยุติ
ความขัดแย้งและแก้ปัญหาได้ ซ้ำยังเป็นการเปิดทางให้เจ้รหน้าที่ใช้ความ
รุนแรงแก่ประชาชนผู้ชุมนุม
2. ขอให้สถานทีวิทยุโทรทัศน์เครือข่ายของกรมประชาสัมพันธ์หยุดเป็นเครื่องมือ
ของรัฐบาลในการเสนอข่าวที่บิดเบือนความจริงแก่ประชาชน
3. ขอให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อ
ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาและเลิกการแสดงพฤติกรรม อันเป็นปฏิปักษ์
ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหา
4. ขอให้ฝ่ายต่างๆ ที่ออกมาเรียกร้องและเคลื่อนไหวแสดงความคิดเห็น
กระทำตามกรอบสิทธิและเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดโดยปราศจากความรุนแรง
ตอนนี้เขาก็พ้นจากสภาวะที่เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่เหล่าพันธมิตรยังสู้ต่อไป
จนกว่าจะได้นายกฯคนใหม่ ถ้าเขาคนนั้นยังหน้าหนาไล่แล้วไม่ไปอยู่อีกเราก็จะชุมนุม
กดดันเขาให้ทั่วโลกรู้ว่าประเทศเรามีคนหน้าด้านแบบนี้อยู่ด้วย
แถลงการณ์ ฉบับที่ 20/2551
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เรื่อง
“การเมืองใหม่”
ตามที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เคลื่อนไหวชุมนุมอย่างต่อเนื่องเพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญมิให้นำมาแก้ไขเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกความผิดของตัวเองและพวกพ้อง โค่นล้มระบอบทักษิณ ขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิด ตลอดจนสร้างการเมืองใหม่ให้เกิดขึ้นในราชอาณาจักรไทยนั้น
เพื่อความเป็นเอกภาพและความชัดเจนในการเคลื่อนไหวของการชุมนุม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงขอประกาศให้ทราบถึงทิศทางการเมืองใหม่ในราชอาณาจักรไทยดังนี้
1.การเมืองในปัจจุบันเป็นระบบการเมืองอุบาทว์ ถูกผูกขาดโดยนักเลือกตั้งในพื้นที่เขตเลือกตั้งและนายทุน ที่ยังคงเต็มไปด้วยปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ทุจริตการเลือกตั้ง ใช้อิทธิพลและระบบอุปถัมภ์ในท้องถิ่นเพื่อข่มขู่ประชาชน อีกทั้งยังใช้อำนาจรัฐและอำนาจเงิน เพื่อให้ได้ชัยชนะในการเลือกตั้งทุกวิถีทาง บนความอ่อนแอและฉ้อฉลของคณะกรรมการการเลือกตั้งบางคนที่ไม่สามารถทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรม และไม่สามารถยับยั้งนักการเมืองเข้าสู่อำนาจในการปกครองบ้านเมืองได้ทันท่วงที
เมื่อการเลือกตั้งเต็มไปด้วยการทุจริตฉ้อฉลและใช้เงินเป็นตัวตั้ง ทำให้การเมืองไทยกลายเป็น “ธนาธิปไตย” เกิดการตอบแทนบุญคุณต่อนายทุนของพรรคการเมือง รัฐบาลซึ่งประกอบไปด้วยพรรคการเมืองที่ฉ้อฉล จึงมุ่งแต่จะทุจริตคอร์รัปชั่น กระทำผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง ทรยศต่อคำถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำได้แม้กระทั่งขายชาติขายแผ่นดิน ดังตัวอย่างที่รัฐบาลชุดนี้ได้กระทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญตามคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการลงนามร่วมเพื่อยกปราสาทพระวิหารให้ประเทศกัมพูชานำไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง อีกทั้งยังอาศัยกลไกทางรัฐสภาในการยกมือสนับสนุนนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่เป็นพวกพ้องที่ทุจริตอย่างไร้จริยธรรม และกลายเป็นระบอบเผด็จการรัฐสภาแห่งทุนนิยมสามานย์ในที่สุด
เมื่อนักการเมืองส่วนใหญ่ในระบบปัจจุบันมุ่งแต่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง จึงทำให้กลไกการตรวจสอบทั้งจากกระบวนการยุติธรรม สื่อสารมวลชน และประชาชน ต้องถูกทำร้าย ทำลาย และคุกคามทุกรูปแบบจากระบบการเมืองอุบาทว์ในปัจจุบัน
กระบวนการยุติธรรมถูกทำร้ายและทำลายด้วยการโยกย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมให้เป็นคนของตัวเองและพวกพ้อง ฝ่ายบริหารสมคบกับฝ่ายนิติบัญญัติร่วมมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลดอำนาจฝ่ายตรวจสอบและฝ่ายตุลาการ ในขณะที่นักการเมืองที่ฉ้อฉลเข้าทำการเสนออามิสสินจ้างให้กับศาลสถิตยุติธรรม สื่อสารมวลชนถูกแทรกแซง และปิดกั้น ประชาชนที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการชุมนุมเพื่อต่อต้านรัฐบาลกลับถูกทำร้ายร่างกายและถูกทำลายทรัพย์สินโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและอันธพาลของรัฐบาล ทั้งหมดนี้คือการทำลายกระบวนการตรวจสอบในประเทศชาติเพื่อกลบเกลื่อนความชั่วร้ายของนักการเมือง และถึงขั้นที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลดพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์เพื่อรวบอำนาจให้กับการเมืองอุบาทว์อย่างเบ็ดเสร็จ
แม้จะมีการลาออกของนักการเมืองหรือการยุบสภา หากไม่ได้มีการปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริง การเมืองไทยก็จะวนเวียนอยู่ในวงจรอุบาทว์เช่นนี้ไม่รู้จบสิ้น
เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงเห็นว่าเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเมืองใหม่ในราชอาณาจักรไทย
2.การเมืองใหม่ในราชอาณาจักรไทย คือ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายดังนี้
2.1 สนับสนุนให้คนดีมาปกครองบ้านเมือง ป้องกันไม่ให้คนไม่ดีมีอำนาจ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคมทุกภาคส่วน ทั้งในด้าน เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม
2.2 ประชาชนมีส่วนร่วมในทางการเมือง การเมืองใหม่จะไม่จำกัดอยู่เพียงนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งในพื้นที่เท่านั้น แต่จะยังเปิดกว้างให้ภาคประชาชนที่หลากหลาย ได้มีส่วนร่วมทางการเมืองทุกระดับ เช่น ผู้แทนจากกลุ่มวิชาชีพต่างๆ ผู้แทนจากภาคประชาชนที่หลากหลาย ผู้แทนจากภาคสังคมที่แตกต่าง ฯลฯ ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบรัฐธรรมนูญร่วมกันของประชาชนทุกภาคส่วนในสังคมเพื่อให้เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง
3.เพื่อบรรลุเป้าหมายในการทำให้เกิดการเมืองใหม่ในราชอาณาจักรไทย พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงขอประกาศจุดยืนดังต่อไปนี้
3.1 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เห็นว่าต้องขับไล่รัฐบาลอันธพาลหุ่นเชิดขายชาติชุดนี้ให้พ้นจากตำแหน่งโดยเร็วที่สุด และไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะเจรจากับกลุ่มใดก็ตามที่ไม่ยืนอยู่บนหลักการดังกล่าว
3.2 เราพร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงอำนาจทางการเมืองในปัจจุบัน บนเงื่อนไขที่จะต้องปฏิรูปการเมืองโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และพร้อมที่จะสะสางปัญหาความเลวร้ายของระบอบทักษิณด้วยกระบวนการยุติธรรมและความจริงใจ
อนึ่ง การนำเสนอบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ผ่านมา เช่น เรื่องจำนวน ผู้แทนประชาชนต่อผู้แทนตามพื้นที่ในสัดส่วน 70 : 30 นั้น ขอทำความเข้าใจอีกครั้งหนึ่งว่า เป็นเพียงการยกตัวอย่างรูปแบบการลดสัดส่วนการเมืองเก่าที่อุบาทว์และล้มเหลว เพื่อจุดประกายสำหรับระดมความคิดเห็นในสังคม ไม่ได้เป็นสูตรตายตัวแต่ประการใด เราพร้อมรับการแสดงความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในการร่วมกันออกแบบการเมืองใหม่ และยึดถือเสียงส่วนใหญ่ในสังคมมาเป็นแนวทางในการออกแบบการเมืองใหม่ให้มีศีลธรรม จริยธรรม และมีสัดส่วนที่หลากหลายกว่าในปัจจุบัน เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต จารีตประเพณี วัฒนธรรมของสังคมไทย โดยยังคงความเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสืบไป
ด้วยจิตคารวะ
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ.2551
ณ ทำเนียบรัฐบาล
***อย่าเพิ่งมาถีบมาด่าเพราะนี่เป็นแค่ความเห็นส่วนตัวของเราบอกแล้วว่าอยู่ที่ทัศนะ***


ไม่ใช่นิ้วกลาง
55+
#1 By คุณจ้าวจ๊อดด!!! on 2008-09-10 00:24