ทรามาณ2

posted on 31 Aug 2007 19:40 by fuxchai

จดหมายขู่

จากรวมเรื่องสั้นชุด ฆาตกรรมกลางทะเล

เขียนโดย วินทร์ เลียววาริณ ยัดโดยfuxchai

ลูกเทนนิสพุ่งด้วยความเร็วแรงกระทบหน้าต่างชั้นบน เสียงกระจกแตกดังกังวานพร้อมเศษกระจกกระจัดกระจาย หลายชิ้นตกลงมากระทบพื้นหญ้า
แล้วทุกอย่างก็เงียบไปอึดใจ
เด็กหนุ่มนักเทนนิสสองคนมองหน้ากัน คนหวดลูกไปกระแทกกระจกหน้าต่างแตกมองเพื่อนตาปริบ ๆ "ทำไงดี?"
"ไปบอกเจ้าของดีกว่า"
เด็กหนุ่มคนหนึ่งลังเล "จะดีหรือ? ครั้งก่อนเขาด่าเราเสียไม่มีดี แถมยังแจ้งความตำรวจอีก..."
"ลูกผู้ชายกล้าทำก็กล้ารับ"
"เอ้า! ไปก็ไปวะ"
นักหวดทั้งสองเดินไปกดกริ่งที่รั้ว นานสองนานก็ไม่มีใครออกมารับ เด็กหนุ่มผลักประตูที่แง้มอยู่เล็กน้อย
ทั้งสองมองหน้ากันและตัดสินใจเดินเข้าไปในบ้าน หนึ่งในนั้นร้องว่า "มีใครอยู่บ้านมั้ยครับ?"
เงียบสนิท
เสียงวัตถุบางอย่างกระทบพื้นดังมาจากชั้นบน ทั้งสองมองหน้ากัน คนหนึ่งว่า "กลับดีกว่า"
"เขาคงอยู่ชั้นบน"
เขาเดินขึ้นชั้นบน เห็นประตูเปิดกว้าง เอ่ยเสียงดังอีกครั้ง "คุณครับ เราทำกระจกบ้านคุณแตกครับ..."
เขาก้าวเข้าไปในห้องนั้นและอุทานเสียงดัง
ชายเจ้าของบ้านนอนคว่ำหน้าบนพื้น เลือดไหลนอง...


พุ่มรัก พานสิงห์เดินเลียบสนามหญ้า บอกร้อยตำรวจตรีธนูว่า "ไม่ยักรู้ว่าที่ ตรงนี้มีคอร์ตเทนนิสใหญ่ด้วย"
เขากำลังนอนเอกเขนกเมื่อนายตำรวจหนุ่มมาตามเขาที่บ้าน บอกสั้น ๆ ว่า "สารวัตรให้มาตามพี่"
"ไปไหน?"
"สารวัตรไม่ได้บอก แค่ว่า 'ถ้าพุ่มรักมันถามว่าไปไหน ให้บอกว่ากูพบร้านส้มตำอร่อยแซบ' "
พุ่มรัก พานสิงห์หัวเราะ "เจ้านายคุณนี่รู้จุดอ่อนของผมดี"
สี่สิบสองนาทีถัดมาเขาก็นั่งอยู่ตรงข้าม สามิต 14 ร.ต.ต.สมศักดิ์ และร.ต.ต.ธนูในร้านขายส้มตำไม่มีชื่อริมคอร์ตเทนนิสที่เขาไม่รู้จักชื่อ

ทั้งสี่--- สามนายตำรวจกับหนึ่งนักสืบกินส้มตำเงียบ ๆ เมื่ออิ่มแล้ว พุ่มรัก พานสิงห์เอ่ยทันที "ใครตาย?"
"ธนชาติ ไกรสุรสีหราชย์"
"นักธุรกิจ นักลงทุนหุ้น..."
"มึงรู้?"
"กูอ่านหนังสือออก ก็อ่านข่าวไปเรื่อย"
สารวัตรหัวเราะ "อ่านพวกธุรกิจด้วยรึ?"
"ทำไมเสี่ยวอย่างกูไม่มีสิทธิ์อ่านรึ เขาตายยังไง?"
"เดี๋ยวมึงก็รู้"

สามิต 14 บอกพุ่มรัก พานสิงห์ "คดีนี้กูพาลูกน้องสองคนนี้มาออก ภาคสนาม กูจะให้เด็กสรุปผลของคดีนี้ มึงนั่งฟังดูแล้วกัน"
"ฟังเฉย ๆ ?"
"ฟังแล้วคิดด้วยสิวะ"
ทั้งหมดเดินไปที่บ้านของเหยื่อ พุ่มรัก พานสิงห์ถามสารวัตร "ใครเป็นคนแจ้งเหตุ?"
"เด็กหนุ่มสองคนที่เล่นเทนนิสที่คอร์ตข้าง ๆ บ้านของเขา"
"เล่นเทนนิสแล้วทำไมถึงไปพบศพ?"
"เพราะเด็กสองคนนั่นตีเทนนิสไปกระแทกกระจกหน้าต่างแตก เลยไปหาเจ้าของบ้าน"
"ซื่อดีนะ เดี๋ยวนี้เห็นแต่คนขับรถชนคนแล้วหนี"
"แต่ก็โชคดีที่ทั้งสองคนนั้นไปหาเจ้าของ ทำให้รู้ว่าฆาตกรรมเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น"
"รู้ได้ยังไง?"
"ทั้งสองคนบอกตรงกันว่า ได้ยินเสียงกุกกักจากชั้นบนตอนที่ไปหา เชื่อว่า อาจเป็นเสียงที่ฆาตกรทำ..."

พุ่มรัก พานสิงห์มองสภาพศพเจ้าของบ้านอย่างละเอียด ย่อตัวลงมองดูซอง จดหมายที่ตกอยู่บนพื้น หลังจากนั้นก็เดินไปดูรอยแตกของกระจกหน้าต่าง ตลอดเวลาไม่เอ่ยออกมาสักคำเดียว

สามิต 14 บอกร้อยตำรวจตรีทั้งสอง "บอกผมหน่อยซิว่าพวกคุณเห็นอะไรบ้าง?"
ร.ต.ต.สมศักดิ์ว่า "นี่เป็นการฆ่าตัวตายแน่นอน" "ทำไมสรุปอย่างนั้น?"
"ไม่มีร่องรอยของการบุกรุก หน้าต่างปิดสนิท ไม่มีรอยเท้าของคนอื่น ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ ที่สำคัญที่สุดคือมีดตัดจดหมายปักคาอกตรงหัวใจพอดี แสดงว่านี่เป็นการฆ่าตัวตาย เพราะเขาตั้งใจให้ตนเองตายแบบไม่ทรมาน"
"ธนูล่ะ?"
"เห็นเหมือนกับสมศักดิ์ครับ เพียงแต่ผมนึกไม่ออกว่า ทำไมแขนซ้ายของ คนตายจึงมีรอยแผลยาว"
ร.ต.ต.สมศักดิ์ว่า "แผลที่แขนซ้ายเกิดขึ้นหลังจากที่เขาแทงตัวเองแล้ว เชื่อว่าน่าจะเกิดจากการที่เขาคงล้มลงไปครูดขอบโต๊ะอย่างแรง และเป็นแผลที่ไม่ เกี่ยวกับความตายของเขา"
สารวัตรลูบหนวดยิ้ม "จบแล้วหรือ?"
"ครับ" "แล้วพวกคุณจะอธิบายรอยช้ำที่ศีรษะของเขายังไง?"
ร.ต.ต.ธนูว่า "มีรอยช้ำที่หัวด้วยหรือครับ?"
ตำรวจหนุ่มทั้งสองเดินไปดูรอยที่ศีรษะคนตาย
ร.ต.ต.สมศักดิ์เอ่ย "รอยนี้อาจเกิดจากตอนที่เขาล้มลงเมื่อแทงตัวเองแล้ว"
สารวัตรยิ้ม "ตกลงมีสองรอยที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาแทงตัวเองแล้ว คือ รอยแผลที่แขนกับรอยช้ำที่หัว ทั้งสองตำแหน่งอยู่ห่างกันทีเดียว"
ร.ต.ต.สมศักดิ์แย้ง "ก็ไม่แปลกนี่ครับ เขาล้มลงครูดกับขอบโต๊ะ ศีรษะฟาดพื้น"
เจ้านายพยักหน้า "เออ! มีเหตุผล แต่มีคำถามข้อหนึ่งคือ เวลาเราจะแทงขั้วหัวใจตัวเอง ทำไมไม่แทงจากด้านหน้าอกตรง ๆ ? ทำไมถึงต้องแทงเฉียดแขนซ้ายไปเสียบหัวใจพอดี?"
"สารวัตรรู้ได้ยังไงว่าแทงเฉียดแขนไปเสียบหัวใจครับ?"
"เพราะแผลที่แขนเกิดจากคมมีดตัดกระดาษ ตำแหน่งของแผลอยู่ในระดับเดียวกับหัวใจพอดี แสดงว่าคมมีดแทงผ่านแขนซ้ายทะลุหัวใจ ไม่มีใครฆ่าตัวตายแบบนี้หรอก เพราะมันเจ็บปวดเกินไป"
พุ่มรัก พานสิงห์หัวเราะว่า "เขาอาจอยากทรมานตัวเอง"
"ตลกร้ายอะไรในเวลาอย่างนี้ พุ่มรักว่ายังไงกับการสืบสวนของเด็กสองคนนี้?"
พุ่มรัก พานสิงห์สั่นหัว
"สั่นหัวทำไม? คำตอบของธนูกับสมศักดิ์ไม่ดีพอ?"
"ข้อสันนิษฐานของสองคนนี้ก็เป็นไปได้... หากไม่มีไอ้นี่"
พุ่มรัก พานสิงห์ยื่นแขนออกมา แบมือที่กำไว้ เผยให้เห็นกระดาษยับย่นก้อนหนึ่ง
สารวัตรคลี่กระดาษแผ่นนั้นและมองแวบเดียว ยื่นต่อให้ตำรวจหนุ่ม "ธนูอ่านหน่อยซิ"
นายตำรวจหนุ่มอ่านข้อความบนกระดาษ
"มึงทำลายกู มึงต้องตาย"
"นี่เป็นจดหมายขู่ฆ่า..."
"เขามีศัตรูทางธุรกิจเยอะ มีหลายคนอยากให้เขาตาย" "คุณพุ่มรักพบมันที่ไหน?"
"ในถังขยะ"
นายตำรวจหนุ่มว่า "ใช่สิ ผมลืมดูถังขยะ"
"ถังขยะซ่อนอะไรต่ออะไรมากมาย นักสืบความลับของบริษัทมักคุ้ยหา ความลับของบริษัทคู่แข่งจากถังขยะ เพราะพนักงานจำนวนไม่น้อยเลินเล่อ ขยำข้อมูลทิ้งลงตะกร้า ร้านอาหารใหญ่ ๆ วิเคราะห์ความอร่อยของอาหารจาก ถังขยะ"
"วิเคราะห์ยังไงครับ?"
"ก็ดูว่าอาหารประเภทใดที่ลูกค้าไม่กิน แล้วปรับปรุงอาหารจานนั้น หรือไม่ก็ตัดรายการนั้นออกจากเมนู"
"อย่างนี้นี่เองที่เขาเรียกว่า อาหารขยะ"
สามิต 14 ว่า "เข้าเรื่องของเราต่อ จดหมายนี้แปลว่าอะไร?"
"แปลว่าเขามีศัตรูเยอะ"
สารวัตรว่า "ตอบแค่นี้ไม่พอ ไม่มีใครรู้จักเขาเลยหรือ?" ตำรวจหนุ่มทั้งสองสั่นหัว
พุ่มรัก พานสิงห์ว่า "ธนชาติ ไกรสุรสีหราชย์ คนนี้เป็นนักเทคโอเวอร์บริษัท ซื้อหลายกิจการไปแล้ว ก็เปลี่ยนผู้บริหารและไล่คนออก จึงน่าจะเป็นสาเหตุของการฆ่า เพราะครั้งสุดท้ายที่เขาปิดบริษัทไทยโอเวอร์ซีส์แก๊ส เขาทำให้คนงาน หลายร้อยคนตกงาน"
สามิต 14 ว่า "มึงรู้จักเขาหรือ?"
"เปล่า แต่กูอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจทุกวัน เอ๊ะ! ที่สน.ไม่รับหนังสือพิมพ์ธุรกิจเลยหรือ?"
"มึงแดกกูรึ ไอ้พุ่มรัก?"
ร.ต.ต.สมศักดิ์เปรย "จะว่าไปแล้วเขาก็ไม่ใช่คนดีเท่าไหร่"
สารวัตรว่า "เราเป็นตำรวจ หน้าที่เราคือจับคนร้าย ไม่ใช่วิจารณ์ มาถึง ตอนนี้ หลักฐานทั้งหมดที่พวกคุณมีบอกอะไรบ้าง?"
ร.ต.ต.สมศักดิ์ว่า "ก็เปลี่ยนโฉมคดีว่า คนตายถูกฆาตกรรม ฆาตกรน่าจะเป็นพวกที่เสียผลประโยชน์จากการยุบบริษัทนั้น"
พุ่มรัก พานสิงห์สั่นหัว "คุณสรุปเร็วเกินไป"



พุ่มรัก พานสิงห์เดินไปหานักเทนนิสหนุ่มทั้งสองที่นั่งอยู่ริมสนาม "พวกคุณเล่นเทนนิสที่นี่บ่อยมั้ย?"
"ทุกวันอังคารกับพฤหัส เป็นช่วงที่คอร์ตว่างและค่าเช่าถูกกว่าเวลาอื่น"
"ทำไมถึงเจอศพ?"
"ผมหวดลูกเทนนิสไปทำกระจกหน้าต่างแตก เลยไปแจ้งเจ้าของบ้าน กดกริ่งอยู่นาน แต่ไม่มีใครมารับ"
"เขามีแม่บ้านไม่ใช่หรือ?"
"ไม่ทราบครับ แต่ไม่มีใครมาเปิดประตู พอดีเห็นประตูแง้มอยู่"
"พวกคุณก็เข้าไป?"
"ครับ"
"เมื่อเจอศพทำไง?"
"ก็โทร.เรียกตำรวจทันที"
"เคยหวดกระจกแตกยังงี้มาก่อนมั้ย?"
"เคยครับ นี่เป็นครั้งที่สอง"
"แล้ว?"
"คุณธนชาติเรียกค่าเสียหายห้าหมื่นบาท บอกว่าค่าเวลาของเขาแพง เราบอกไม่มีเงินขนาดนั้น กระจกบ้าอะไรตั้งห้าหมื่น เขาเลยบอกจะเรียกตำรวจมาจับ ในที่สุดก็ตกลงชดใช้ค่าเสียหาย จ่ายไปตั้งสามพันบาทสำหรับกระจกที่แตก เขายังว่าทีหลังฝึกฝีมือการตีลูกให้ดีกว่านี้แล้วกัน"
"เขาไม่มีแม่บ้านรึ?" เขาถามตำรวจหนุ่ม
"มีคนหนึ่งครับ"
"ถามรึเปล่าว่า ทำไมไม่ไปเปิดประตูตอนที่นักเทนนิสมากดกริ่ง?"
"เปล่าครับ"


นายตำรวจหนุ่มพาพุ่มรักไปหาแม่บ้านที่ชั้นดาดฟ้า แม่บ้านของคนตายผมขาวทั้งหัว เดินงกเงิ่น อุ้มแมวสีสวาดตัวหนึ่ง พุ่มรัก พานสิงห์ยิ้ม "แมวสวยนะครับ"
"ว่าไงนะ?"
"ผมว่าแมวสวยนะครับ"
"อ๋อ! ฉันสบายดี"
เขาถามเป็นครั้งที่สาม เร่งระดับเสียงขึ้นอีกหลายสิบเดซิเบล รู้แล้วว่าทำไมแม่บ้านไม่ได้ยินเสียงกริ่ง
"อ้อ! ใช่ แมวตัวนี้ซนมาก นี่มาตามมันที่บนดาดฟ้านี่ ชอบเข้าห้องคุณ ธนชาติคุ้ยข้าวของเลอะเทอะ ซนมากจนคุณธนชาติบอกว่า ไม่ให้เลี้ยงแล้ว เลยเอามาเลี้ยงในครัว แต่พอเผลอก็หนีขึ้นชั้นบนอีก"
"ป้ารู้เรื่องคุณธนชาติแล้วใช่ไหม?"

"ว่าไงนะ?"
"ป้ารู้ว่าคุณธนชาติตายแล้วใช่ไหม?"
ป้าพยักหน้า ตาแดง ๆ
"ตอนที่เกิดเหตุ ป้าอยู่ที่ไหนครับ?"
"ว่าไงนะ?"
"ตอนที่เกิดเหตุ ป้าอยู่ที่ไหนครับ?"
"อยู่ในครัว"
"ไม่ได้ยินเสียงผิดปกติอะไรเลยหรือครับ?"
"ว่าไงนะ?" เขารู้สึกเหนื่อย
"ไม่ได้ยินเสียงผิดปกติอะไรหรือครับ?"
"เปล่าค่ะ"
"เห็นอะไรผิดสังเกตไหมครับ?"
"ไม่ค่ะ"
"พวกที่ตีเทนนิสเคยมาหาคุณธนชาติบ้างหรือเปล่าครับ?"
แม่บ้านบอกว่า "ไม่มีหรอก ยกเว้นหนุ่มสองคนนี้ คนอื่น ๆ ตีเทนนิส ทำหน้าต่างแตกมาหลายทีแล้ว แต่ก็หนีหมด ท่านสั่งให้ทำที่กั้น แต่ยังไม่ทัน ทำ ก็เกิดเหตุเสียก่อน"
"คุณธนชาติอยู่คนเดียวหรือครับ ป้า?"
"อะไรนะ?"
"คุณธนชาติมีครอบครัวมั้ยครับ?"
"เคยมี แต่หย่ากันมาหลายปีแล้ว แม้แต่เมียยังทนเขาไม่ได้"
"ทำไมครับ?"
ป้ากระซิบ "บอกความลับอะไรให้ฟังเอาไหม แล้วอย่าบอกใครนะ"
นักสืบพยักหน้า
"คุณธนชาติน่ะขี้เหนียวสุดยอด นี่ไม่ได้จ่ายเงินเดือนป้ามาหลายปีแล้ว แต่ป้าก็ยอม ไปไหนไม่รอด แก่แล้ว ต้องอยู่ที่นี่"


เขาเดินลงบันได เห็นสามิต 14 ยืนดูดบุหรี่ที่นั่น
สารวัตรถามเขา "นี่มึงจะไปไหน?"
"ตีเทนนิส ไม่ได้ตีนานแล้ว อยากลองดู"
"คดียังแก้ไม่ได้..."
"ไขคดีต้องใจผ่อนคลาย ขอตีเทนนิสคลายเครียดก่อนได้มั้ย เสร็จแล้วจะไปเฉลยคำตอบ"
"นี่มึงรู้คำตอบแล้วรึ?"
นักสืบไม่ตอบ เดินลงไปในสนามเทนนิส

สามิต 14 หัวเราะหึ ๆ ขณะดูเพื่อนนักสืบเล่นเทนนิสกับเด็กหนุ่ม
ร.ต.ต.ธนูถามเจ้านาย "เขาตีเทนนิสมานานแล้วหรือครับ?"
"ไม่เคยรู้ว่าพุ่มรักมันตีเทนนิสเป็น"
"มิน่าล่ะ ท่าทางเหมือนจับไม้เป็นครั้งแรก"
ไม่ทันจบประโยค ลูกเทนนิสก็ลอยข้ามรั้วเข้ามาหาเขา ตำรวจหลบทันท่วงที
สารวัตรสามิตบ่น "ถ้ามันตีได้ดีเพียงครึ่งเดียวของการร้องเพลง..."


พุ่มรัก พานสิงห์นั่งพักเหนื่อยที่ห้องคนตาย ร.ต.ต.สมศักดิ์บอกว่า "ผมได้รายชื่อคนงานที่ตกงานมาแล้ว..."
"ไม่ต้องหรอก"
"ทำไมครับ?"
"เพราะเรื่องคนตกงานจบแล้ว คนงานได้รับการชดเชยเมื่อสองเดือนก่อน ธนชาติ ไกรสุรสีหราชย์ แพ้คดีนั้น ฉะนั้นไม่มีมูลเหตุจูงใจที่จะฆ่าเขา"
"คุณรู้ได้ยังไง?"
"ผมอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจทุกวัน เอ๊ะ! ที่สน.ไม่รับหนังสือพิมพ์ธุรกิจเลยหรือ?" "หมายความว่าไม่ใช่ฝีมือคนงาน?"
นักสืบมองหน้าตำรวจหนุ่มทั้งสอง "ทำไมถึงสรุปเร็วนักว่าเป็นฝีมือคนงาน มีใครอีกบ้างที่มีมูลเหตุจูงใจ?"
"ไม่มี"
"ลองคิดดู"
"ไม่มี"
"คุณจะเป็นนักสืบที่ดี คุณต้องคิดนอกกรอบบ้าง คุณต้องคิดทางเลือกให้หมดว่ามีอะไรบ้างแล้วค่อย ๆ ตัดคนที่ไม่เกี่ยวข้องออก อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเรื่องตลกหรือไร้สาระ มีคนมากมายที่อาจเป็นผู้ต้องสงสัย"
"เช่น?"
"เช่นแม่บ้านที่เขาไม่จ่ายเงินเดือนให้ นักเทนนิสที่ตีลูกเทนนิสคนนั้นที่อาจโกรธที่คุณธนชาติแจ้งความและปรับเงินเขาไปหลายพันบาท อาจเป็นคนขายปลาหมึกย่างที่คุณธนชาติไปเหยียบตีนเขาเข้า หรืออาจเป็นแม่ค้าขายส้มตำคนนั้น ที่เคยถูกคุณธนชาติเบี้ยวค่าส้มตำ"
"คุณรู้ได้ยังไง?"
"ผมมีปากก็ถามไปเรื่อย ตอนที่คุณเข้าห้องน้ำ ผมก็ชวนแม่ค้าคุย อยากรู้มั้ยว่าเค้าชื่ออะไร บ้านอยู่ที่ไหน"
สารวัตรโคลงหัว "เจ้าชู้ไม่สร่าง"
"เจ้าชู้แบบนี้แก้ปัญหาของมึงมาหลายครั้งแล้วโว้ย ท่านสารวัตรใหญ่ ความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของพวกคุณคือ การใช้คำว่า 'ฆาตกรรม' ก่อนที่จะรู้ ความจริง ความตายของใครคนหนึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นฆาตกรรมเสมอไป แม้ว่าหลักฐานชี้ไปทางนั้น"
ร.ต.ต.สมศักดิ์ว่า "แต่หลักฐานชัดเจนว่า..."
"หลักฐานที่มีไม่ได้บอกอะไรทั้งนั้น"
"งั้นเราจะอธิบายหลักฐานพวกนี้ได้ยังไง?"
"ว่ามา"
"เสียงกุกกักชั้นบนหลังจากที่เขาตายไปแล้ว"
"อาจเป็นแมว เพราะแม่บ้านบอกว่าแมวตัวนั้นชอบขึ้นไปข้างบน หรืออาจเป็นลมพัดกิ่งไม้ไหวก็ได้"
"แล้วรอยตีที่หัว..."
"อย่าเพิ่งบอกว่า 'รอยตี' ใช้คำว่า 'รอยช้ำ' ก่อนดีมั้ย"
"รอยช้ำที่หัว?"
"อาจเป็นฝีมือคนหรือไม่ใช่ก็ได้ เพราะหากเป็นการฆาตกรรมโดยบุคคลอื่น ทำไมไม่มีร่องรอยของการต่อสู้เลย เสื้อผ้าคนตายไม่มีรอยยับย่น สีหน้าคนตายไม่แสดงถึงความตกใจใด ๆ "
"ผมงงแล้ว ตกลงคือคดีนี้ไม่มีใครฆ่าใคร ไม่ใช่การฆ่าตัวตาย แล้วอะไร?"
พุ่มรัก พานสิงห์ว่า "พวกคุณลืมอะไรอีกอย่างหนึ่ง"

"อะไรครับ?"
"จดหมายที่อยู่บนพื้น"
"นั่นเป็นจดหมายบิลค่าไฟฟ้าธรรมดา"
"ทำไมมันถึงอยู่บนพื้น?"
"ก็ไม่เห็นแปลก เวลาเขาล้มลง อาจกวาดจดหมายนั้นลงไปด้วย"
"งั้นทำไมไม่กวาดอย่างอื่นบนโต๊ะลงพื้นด้วย?"
"จดหมายบิลค่าไฟนั้นมีอะไรพิเศษหรือครับ?"
พุ่มรัก พานสิงห์ยิ้ม "จดหมายนั้นถูกมีดตัดออกครึ่งเดียว"
"แล้ว?"
ไม่มีใครตัดจดหมายเพียงครึ่งเดียวแล้วหยุดแค่นั้นหรอก ถ้าไม่ตาย เสียก่อน"
สามิต 14 เลิกคิ้ว "แปลว่า?"
"แปลว่าคุณธนชาติตายไประหว่างที่กำลังตัดจดหมายบิลค่าไฟฟ้าฉบับนั้น เขาตัดมันไปได้เพียงครึ่งเดียวก็เกิดเหตุการณ์หนึ่งที่ฆ่าเขา ทำให้เขาไม่สามารถ ตัดจดหมายฉบับนั้นจนเสร็จได้ แปลว่าหนึ่ง เขาไม่ได้ฆ่าตัวตาย เพราะหากจะ ฆ่าตัวตายจริง คงไม่สนใจที่จะเปิดจดหมายที่มีตราการไฟฟ้าหรอก สอง ไม่มี ฆาตกรมาฆ่าเขาถึงในห้อง เพราะหากมีใครคนหนึ่งย่องมาฆ่าเขาเงียบ ๆ คงมาพร้อมอาวุธอื่น ไม่มาแย่งมีดตัดจดหมายจากมือของเขา และแทงเขาจนตาย อีกอย่างคือไม่มีร่องรอยการต่อสู้เลย..."
พุ่มรัก พานสิงห์มองหน้าทุกคนในห้อง
"เหลือข้อสันนิษฐานสุดท้ายคือเขาตายด้วยตัวเอง"
"คุณบอกเองว่าเขาไม่ได้ฆ่าตัวตาย"
"ผมบอกว่าเขาตายด้วยตัวเอง ไม่ได้บอกว่าเขาฆ่าตัวตาย แต่เป็นอุบัติเหตุ"
"ผมงง"
"คุณธนชาติกำลังตัดซองจดหมายฉบับนั้นได้เพียงครึ่งเดียว ลูกเทนนิส ลอยทะลุหน้าต่างเข้ามากระแทกหัวเขา มีดตัดจดหมายหลุดจากมือตกลงพื้น คุณธนชาติล้มลงทับมีดด้ามนั้น มันแทงถากแขนซ้ายทะลุเข้าที่หัวใจเขาพอดี ครับ นี่เป็นอุบัติเหตุ"
ตำรวจสามนายในห้องนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง
"มีเหตุผลดีมาก แต่คุณพุ่มรักลืมของสำคัญชิ้นหนึ่ง"
"จดหมายขู่?"
"ใช่ครับ"
พุ่มรัก พานสิงห์ยิ้มบาง ๆ
"จดหมายขู่ฉบับนั้นไม่มีความหมายอะไรเลย"
"หมายความว่ายังไงครับ?"
"จดหมายขู่เป็นของผมเอง"
"หมาย...ความ...ว่า..."
พุ่มรัก พานสิงห์มองหน้าตำรวจหนุ่มทั้งสอง
"สิ่งแรกที่พวกคุณทำคือสันนิษฐานจากหลักฐานที่เห็น ไม่ใช่จากข้อมูลอื่น ๆ พวกคุณอาจลืมไปว่า หลักฐานที่คุณเห็นอาจมีใครจัดฉากขึ้นมาก็ได้ มันยังฟ้องว่าพวกคุณไม่เคยอ่านหนังสือพิมพ์ ไม่เคยตามข่าวโลกภายนอก และชอบสรุปจากสิ่งที่คุณเห็น ผมเลยแกล้งเอาจดหมายที่คนอื่นขู่ผมให้คุณ เพื่อให้คุณเขวและเรียนรู้ว่า หลักฐานสามารถสร้างขึ้นได้เสมอ"
ตำรวจทั้งหมดมองหน้ากัน สามิต 14 หัวเราะ "เมื่อไหร่เลิกร้องเพลงจะให้ไปเป็นอาจารย์เต็มตัว"
ร.ต.ต.ธนูเอ่ยเสียงแผ่วว่า "งั้นผมก็คงต้องไปหานักเทนนิสคนนั้น..."
"อย่าเพิ่ง ขอให้ผมเล่นเทนนิสอีกสักรอบก่อนได้ไหม? หมอนั่นคงไม่ได้ เล่นเทนนิสอีกสักพักใหญ่แน่"


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กำเวน
ชอบเรื่องของวินทร์อ่ะ
เดาถูกด้วย

ตั้งแต่ที่เห็นไอ้ธรชาตินั่นตายแล้ว

เดาว่าลูกเทนนิสโดนหัวแล้วก็โดนกรรไกรเสียบ

ดูโคนันบ่อย :p

#2 By anything-else on 2009-03-26 22:46

อาว

#3 By ราวินทรา หัวหิน (124.120.174.215) on 2009-06-24 13:39